ข่าวสารและกิจกรรม

กัญชาในมุมมองแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน

กัญชาในมุมมองแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน

กัญชา (Cannabis) เป็นพืชสมุนไพรที่ถูกใช้ในทางการแพทย์มายาวนาน ทั้งในโลกตะวันออกและตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีการใช้กัญชาในตำรับยาแผนไทยมาอย่างช้านาน ก่อนที่ภาครัฐจะกลับมาผ่อนปรนกฎหมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสความสนใจอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า “แพทย์แผนไทย” และ “แพทย์แผนปัจจุบัน” มีมุมมองต่อกัญชาแตกต่างกันอย่างไร ใช้ในทางการรักษาแบบไหน และควรระมัดระวังอะไรในการนำไปใช้เพื่อสุขภาพ


กัญชาในมุมมองของแพทย์แผนไทย

1. กัญชาในตำรับยาไทยโบราณ

ในตำราแพทย์แผนไทย กัญชาถูกบันทึกไว้ในบัญชียาสมุนไพรตั้งแต่สมัยอยุธยา เช่น “ตำรับพระโอสถพระนารายณ์” หรือ “คัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” โดยใช้กัญชาเป็นส่วนผสมใน ยาหอม ยาลม ยาแก้ปวดเกร็ง ยานอนหลับ และช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร

ตัวอย่างตำรับเช่น:

  • ยาศุขไสยาศน์ ใช้บำรุงหัวใจ ทำให้นอนหลับสบาย

  • ยาน้ำมันกัญชา ใช้ทาภายนอกบรรเทาอาการปวดข้อ ปวดเมื่อย

  • ยาทำลายพระสุเมรุ เป็นยาธาตุรวม บรรเทาท้องอืดเฟ้อ

2. คุณสมบัติของกัญชาตามทฤษฎีธาตุ

แพทย์แผนไทยมองว่ากัญชามี รสเมาเบื่อ, ร้อน, และ เผ็ดร้อน ซึ่งส่งผลต่อธาตุลมและธาตุไฟ จึงมักนำมาใช้ขับลม แก้อาการท้องอืด ปวดเกร็ง หรือช่วยคลายกล้ามเนื้อ

3. รูปแบบการใช้

  • การต้มใบกัญชาแห้งเป็นน้ำดื่ม

  • การสกัดเป็นน้ำมันผสมสมุนไพรอื่น

  • การใช้ผสมในตำรับยาแผนไทยที่จ่ายโดยหมอแผนไทยที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

4. ข้อควรระวัง

แพทย์แผนไทยเน้นว่า การใช้กัญชาควรอยู่ภายใต้การพิจารณาอย่างเหมาะสมกับธาตุเจ้าเรือน ของแต่ละคน และห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์, เด็กเล็ก, ผู้ที่มีภาวะจิตประสาท หรือโรคตับ-ไตเรื้อรัง


กัญชาในมุมมองของแพทย์แผนปัจจุบัน

1. การศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์

ในมุมของแพทย์แผนปัจจุบัน กัญชาถูกมองผ่าน สารสำคัญ ได้แก่:

  • THC (Tetrahydrocannabinol): ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้เคลิ้ม ง่วง หรือมึนเมา

  • CBD (Cannabidiol): ไม่มีฤทธิ์เมา แต่ช่วยระงับปวด คลายกล้ามเนื้อ ลดอักเสบ

2. การใช้งานทางคลินิก (Clinical Use)

กัญชาถูกนำมาพัฒนาเป็น ยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม เช่น:

  • ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการปวดหรือคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด

  • ผู้ป่วยโรคลมชักดื้อยาในเด็ก (ใช้ CBD)

  • ผู้ป่วยปลายประสาทอักเสบ หรือผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง

  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีอาการสั่น

3. รูปแบบผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

  • น้ำมันสกัดจากกัญชาที่ควบคุมปริมาณ THC/CBD อย่างชัดเจน

  • แคปซูลกัญชา

  • สเปรย์ใต้ลิ้น (sublingual spray)

  • การทดลองใช้ในงานวิจัยทางคลินิก

4. ข้อจำกัดและความเสี่ยง

แพทย์แผนปัจจุบันยังคง ตั้งข้อสังเกตในเรื่องผลข้างเคียงและความเสี่ยงต่อสุขภาพจิต หากใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม เช่น

  • วิตกกังวล

  • หัวใจเต้นเร็ว

  • ประสาทหลอน

  • การเสพติดหรือลดทอนสมาธิในระยะยาว

จึงมีข้อแนะนำให้ใช้กัญชา ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ที่มีใบอนุญาต และในบริบททางการแพทย์เท่านั้น


จุดร่วมของทั้งสองศาสตร์

แม้จะต่างมุมมอง แต่ทั้งแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันต่างยอมรับว่า
กัญชามีสรรพคุณในการรักษาอาการบางประเภทได้จริง หากใช้ในขนาดและรูปแบบที่เหมาะสม

  • แพทย์แผนไทย เน้นการใช้ในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่น เพื่อปรับสมดุลธาตุ

  • แพทย์แผนปัจจุบัน เน้นการสกัดสารออกฤทธิ์ (THC/CBD) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพทางยาอย่างปลอดภัย


สรุป

กัญชาคือพืชสมุนไพรที่ทรงพลังและมีคุณค่าทางการแพทย์ แต่การใช้งานเพื่อสุขภาพจะต้องตั้งอยู่บน พื้นฐานความรู้ ความเข้าใจ และการควบคุมอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะมองผ่านมุมของหมอแผนไทยหรือแพทย์แผนปัจจุบัน จุดสำคัญคือ ต้องใช้ให้ถูกคน ถูกขนาด ถูกโรค และถูกเวลา

หากคุณสนใจใช้กัญชาเพื่อสุขภาพ อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง และตรวจสอบแหล่งผลิตหรือผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายเสมอ

แนะนำเว็บไซต์ https://healthychoicefarm.co.th  สำหรับคนที่สนใจอุปกรณ์ทางปลูกกัญชา 

Related Posts